ข่าวประชาสัมพันธ์
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2025 Yunus Thailand ได้จัด “เวทีนโยบายพหุภาคีด้านการพัฒนาสาหร่ายทะเล ครั้งที่ 1” ณ ศาลากลางจังหวัดสตูล อำเภอเมือง จังหวัดสตูล โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โครงการ Global Seaweed Protect – Natural History Museum, University of Malaya, University of Mataram รวมถึงพันธมิตรทางวิชาการในประเทศ เช่น Prince of Songkla University สถาบันการศึกษาในพื้นที่ ตลอดจนเกษตรกรและผู้ประกอบการสาหร่ายทะเลในภูมิภาค
เวทีเสวนาครั้งนี้นับเป็นเวทีนโยบายด้านสาหร่ายทะเลเชิงวิชาการครั้งแรกของจังหวัดสตูล โดยมุ่งเน้นประเด็นการอนุรักษ์และเพาะเลี้ยงสาหร่ายคอเลอร์ปา หรือ “ลาตอส” (Caulerpa seaweed) การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันให้สาหร่ายลาตอสเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ที่มีศักยภาพในระดับภูมิภาคและนานาชาติ
งานเริ่มต้นด้วยการกล่าวเปิดโดย Callum Mackenzie กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง Yunus Thailand ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างความร่วมมืออย่างยั่งยืน
กล่าวเปิดงานโดย นายธนพัฒน์ เด่นบูรณะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล, Callum Mackenzie และ ดร. Juliet Brodie จาก Natural History Museum
ภายในงานได้รับเกียรติจากนายธนพัฒน์ เด่นบูรณะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล ซึ่งกล่าวถึงศักยภาพของจังหวัดสตูลในฐานะจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันตอนใต้ และการเป็น UNESCO Global Geopark แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการนำสาหร่ายลาตอสมาต่อยอดด้านอาหารและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน
ดร. Juliet Brodie จาก Natural History Museum กล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาสาหร่ายทะเลกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมเน้นถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความสำคัญของการสร้างระบบนิเวศทางทะเลที่มีความยืดหยุ่น เพื่อรักษาความยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพของสาหร่ายทะเลในระยะยาว
ช่วงเสวนาที่ 1: โอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมสาหร่ายทะเลในจังหวัดสตูล
การเสวนาช่วงแรกดำเนินรายการโดย นิตยพนธ์ นิพัทธ์สันต์ Community Engagement Project Manager แห่ง Yunus Thailand โดยมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสของอุตสาหกรรมสาหร่ายทะเลในพื้นที่
- นายธีรพงศ์ คุ้มเขียว นายอำเภอละงู นำเสนอภาพรวมการเกิดของสาหร่ายลาตอสในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาการปนเปื้อนของจุลินทรีย์และแบคทีเรีย และเสนอแนวคิดการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างมาตรฐานคุณภาพและผลักดันลาตอสให้เป็นผลิตภัณฑ์สำคัญของเศรษฐกิจสีเขียว
- รองศาสตราจารย์ ดร.รพีพรรณ เรืองช่วย จาก Prince of Songkla University Pattani Campus นำเสนอผลวิจัยจากโครงการ Sustainable Thai Seaweed ซึ่งพบว่าสาหร่ายคอเลอร์ปาเป็นพืชที่เพาะเลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ความเสี่ยงต่ำ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยแร่ธาตุ วิตามินเอ ฟูโคแซนธิน และสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเกษตรกรได้รับชุดทดลองเพาะเลี้ยงจำนวน 50 ชุด ทั้งยังสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและเครื่องสำอางได้ แม้ยังมีข้อจำกัดด้านการขนส่งและการเก็บรักษา เนื่องจากการอบแห้งให้ผลผลิตเพียง 3–5% ของวัตถุดิบสด
- ดร. Poong Sze Wan จาก University of Malaya กล่าวถึงอุตสาหกรรมสาหร่ายทะเลในอาเซียน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาค รวมถึงจีน เกาหลี และญี่ปุ่น พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาด้านราคาที่ไม่แน่นอน มาตรฐานการเพาะเลี้ยงที่ยังไม่ชัดเจน และปัญหาในห่วงโซ่อุปทาน โดยเสนอความร่วมมือใน 4 ด้าน ได้แก่ การสร้างมาตรฐานและการรับรอง การสร้างความร่วมมือภาครัฐ–เอกชน การอนุรักษ์พันธุกรรมผ่าน BioBank และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงและพันธุกรรม
- ศาสตราจารย์ Juliet Brodie ปิดท้ายช่วงเสวนาด้วยมุมมองระดับโลกเกี่ยวกับความยั่งยืนของสาหร่ายทะเล โดยอ้างอิงถึง Global Seaweed Conference ปี 2010 ณ สหราชอาณาจักร และการก่อตั้งเครือข่าย Global Seaweed ในปี 2017 พร้อมชี้ว่าโครงการลาตอสของจังหวัดสตูลสามารถเป็นต้นแบบที่สร้างผลกระทบได้ทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับโลก
ช่วงเสวนาที่ 2: การพัฒนาอุตสาหกรรมสาหร่ายทะเลที่ยั่งยืนและครอบคลุมในจังหวัดสตูล
ดำเนินรายการโดย Cassandra Dewi Sariganon, Project Lead for Social Business แห่ง Yunus Thailand และ นาย Robert J. Mrowicki จาก Natural History Museum
- Cassandra เน้นถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของสาหร่ายทะเล พร้อมชี้ว่าผู้บริโภคกว่า 60% ยินดีจ่ายเพิ่มสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกล่าวขอบคุณจังหวัดสตูลที่สนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างองค์กรสาหร่ายทะเลระดับโลกกับชุมชนท้องถิ่น
- นาย Robert J. Mrowicki นำเสนอรายละเอียดของโครงการ Global Seaweed Protect ระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมุ่งเน้นแนวทางบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ นโยบาย และความปลอดภัยทางชีวภาพ พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศและการพัฒนาต้นแบบร่วมกัน
ผู้เข้าร่วมงานกว่า 50 คนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในเวทีเสวนา
เวทีเปิดหารือ: กรอบความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีน้ำเงิน
ช่วงที่สองของงานเปิดพื้นที่สำหรับการหารือเกี่ยวกับกรอบความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงินในประเทศไทย
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธินี สินธุ จาก Prince of Songkla University Hat Yai Campus นำเสนอการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยใน 5 ด้าน ได้แก่ การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศในการเพาะเลี้ยง การวิจัยคุณค่าทางอาหาร การเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยว การจัดการสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน รวมถึงระบบติดตามคุณภาพน้ำและการเพาะเลี้ยงด้วยเทคโนโลยี IoT โดรน และรีโมตเซนซิง
- โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล แบ่งปันประสบการณ์ด้านระบบปิดที่ใช้ IoT และปุ๋ยชีวภาพ พร้อมชี้ว่าการเพาะเลี้ยงช่วยเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในสาหร่าย และแสดงความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้สำหรับเกษตรกรในชุมชน
- ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวถึงแนวคิด Soft Power เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยด้านสาหร่ายทะเลอย่างยั่งยืน
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จังหวัดสตูล แสดงความพร้อมในการผลักดันสาหร่ายลาตอสผ่านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร และการมีส่วนร่วมใน “Satun Seaweed Festival” ซึ่งจัดโดย Yunus Thailand
- Rajamangala University of Technology Srivijaya วิทยาเขตตรัง กล่าวถึงการสนับสนุนเกษตรกรผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ ชุดเพาะเลี้ยง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์จากสาหร่ายทะเล
- สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล นำเสนอกลยุทธ์ด้านการตลาด ทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมและการผลักดันการขึ้นทะเบียน GI เพื่อคุ้มครองอัตลักษณ์และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
- เกษตรกรในพื้นที่สะท้อนว่าการสนับสนุนด้านเทคนิคจาก Prince of Songkla University ช่วยยกระดับแนวทางการเพาะเลี้ยง เพิ่มผลผลิต และสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน
- สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสตูล ชี้ว่าสาหร่ายลาตอส ซึ่งเดิมเก็บเกี่ยวจากธรรมชาติเท่านั้น ปัจจุบันสามารถเพาะเลี้ยงได้แล้ว จึงเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันให้เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและอาหารประจำจังหวัด
ภายในงานได้รับเกียรติจากนายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวปิดงาน พร้อมชื่นชมการเติบโตของเศรษฐกิจสีน้ำเงินในจังหวัด การพัฒนาชุมชน และแสดงความยินดีต่อความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
Callum Mackenzie และ ดร. Juliet Brodie ยังได้กล่าวถึงความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ของเวทีเสวนาครั้งนี้ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความร่วมมือจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับนานาชาติ พร้อมร่วมกันกำหนดกรอบและตัวชี้วัดด้านการบริหารจัดการและอนุรักษ์สาหร่ายคอเลอร์ปาอย่างยั่งยืน
Yunus Thailand's Seaweed Social Business
โครงการ Seaweed Social Business ของ Yunus Thailand ได้เข้าร่วมโครงการ GLOBALSEAWEED-PROTECT ระยะเวลา 3 ปี ซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ Juliet Brodie จาก Natural History Museum โดยมีเป้าหมายในการเสริมสร้างระบบความปลอดภัยทางชีวภาพด้านสาหร่ายทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงการดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจาก Biotechnology and Biological Sciences Research Council (BBSRC) ภายใต้ UK Research and Innovation (UKRI) และดำเนินงานร่วมกับ The Scottish Association for Marine Science, University of Malaya, Kasetsart University, University of Mataram, University of the Philippines Diliman, United Nations University และ Vietnam Academy of Science and Technology อย่างต่อเนื่อง การเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลสร้างอาชีพให้กับผู้คนกว่า 1 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีบทบาทสำคัญทั้งต่อความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงทางอาหาร