22 พฤศจิกายน 2024 – งานสัมมนา “Grameen Thailand: Co-Creating Thai Grassroots Financial Empowerment” จัดขึ้น ณ Foreign Correspondents’ Club of Thailand (FCCT) โดยความร่วมมือระหว่าง Yunus Thailand Foundation, Grameen Trust, กระทรวงการต่างประเทศและการค้าของรัฐบาลออสเตรเลีย (Department of Foreign Affairs and Trade) และ The Asia Foundation งานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 70 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย และสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ภายในงาน นางสาว Katie Francis ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจประจำสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงความสำคัญของการเปิดตัว Grameen Thailand โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพในการเสริมพลังทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้หญิง และการลดอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ขัดขวางการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงาน เช่น ความเหลื่อมล้ำด้านค่าจ้าง และการขาดแคลนบริการดูแลเด็กที่เพียงพอ
นางสุนีย์ ศรีสังข์ตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร่วมแสดงความยินดีกับการก่อตั้ง Grameen Thailand พร้อมเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันระหว่างกระทรวงและ Grameen Thailand ในการส่งเสริมนวัตกรรมทางสังคมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและ Grameen Thailand ในการสนับสนุนกลุ่มเปราะบางและช่วยตัดวงจรความยากจน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตบางกอกน้อย เขตบางซื่อ และเขตบางพลัด เขากล่าวว่าโครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของกรุงเทพมหานครในการช่วยเหลือชุมชนที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ
ภายในงานยังมีการฉายวิดีโอพิเศษเรื่อง “International Grameen Bank Replication: Words from Pioneers” โดย Muhammad Yunus ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีน, นาง Taslima Rahman ผู้อำนวยการของ Grameen Trust และนาย Abu Karam ผู้อำนวยการของ Grameen Kosovo วิดีโอดังกล่าวนำเสนอความสำเร็จของการขยายโมเดล Grameen ไปยัง 44 ประเทศทั่วโลก และผลกระทบเชิงบวกที่มีต่อครัวเรือนยากจนกว่า 130 ล้านครัวเรือน รวมถึงการนำเสนอข้อมูลจากการศึกษาในประเทศไทย
ในการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Expanding the Global Impact of Grameen Bank to Grameen Thailand” Callum Mackenzie ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ Yunus Thailand ได้เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของธนาคารกรามีน ในปี 1973 จากเงินกู้จำนวน 27 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่ผู้หญิง 42 คนในบังกลาเทศ ปัจจุบัน ธนาคารกรามีน ได้เติบโตเป็นสถาบันระดับโลกที่ปล่อยสินเชื่อสะสมมูลค่ากว่า 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเขาแสดงความเชื่อมั่นว่าโมเดล Grameen จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทยได้
นางสาวกชกร ความเจริญ ผู้จัดการโครงการ Grameen Thailand ได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับโมเดล Grameen และปัจจัยแห่งความสำเร็จ พร้อมเปิดเผยแผนการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ เปิดสาขาแรกภายในปี 2025 สร้างความยั่งยืนทางการเงินให้แก่สาขาในกรุงเทพฯ จำนวน 2 สาขาภายใน 5 ปี ขยายเครือข่ายสาขาผ่านกลไกการเงินแบบผสมผสาน (Blended Finance) ภายในปีที่ 3 ปล่อยสินเชื่อสะสมรวม 509 ล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยจำนวน 8,600 ราย สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนในชุมชนรายได้น้อยมากกว่า 32,800 คน
การเสวนาหัวข้อ “Financial Access for Vulnerable Groups in Thailand: Challenges and Opportunities” ดำเนินรายการโดย นายปริชา ดวงทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่าย Venture ของ Yunus Thailand ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ดร.สมประจิตร์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการบริหาร Puey Ungphakorn Institute for Economic Research นางสาวศิริพร พรหมวงศ์ ผู้ก่อตั้งโครงการคลองเตยดีจัง และโครงการ Music Sharing
การเสวนาได้สะท้อนถึงความท้าทายสำคัญหลายประการ การเข้าถึงสินเชื่อยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยมีเพียงประมาณ 60% ของครัวเรือนที่สามารถใช้บริการทางการเงินจากระบบธนาคารได้ ต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องพึ่งพาสินเชื่อส่วนบุคคล หลายครัวเรือนเผชิญกับภาระหนี้สินจำนวนมากและความยากจนข้ามรุ่น ปัญหาเหล่านี้รุนแรงขึ้นจากข้อจำกัดด้านการศึกษา ความรู้ทางการเงิน และระบบสวัสดิการสังคมที่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ
ผู้ร่วมเสวนาได้เสนอแนวทางแก้ไข เช่น การพัฒนารูปแบบการเงินที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน เช่น โมเดล Grameen และการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของกลุ่มเปราะบาง เพื่อสร้างโอกาสทางการเงินที่ทั่วถึงและยั่งยืน
งานสัมมนาปิดท้ายด้วยคำกล่าวสรุปโดย นาย Thomas Parks รองประธานฝ่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของ The Asia Foundation เขาเน้นย้ำถึงศักยภาพของไมโครไฟแนนซ์ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะผ่าน Grameen Thailand พร้อมเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือและการลงทุนในระยะยาว เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินและเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจให้แก่กลุ่มเปราะบาง
Yunus Thailand ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมงาน และหวังว่างานสัมมนาครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการเงินระดับฐานรากของประเทศไทยให้มีความยั่งยืน ครอบคลุม และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น.