Back

Perspectives

พลิกโฉมชุมชนชายฝั่งด้วยนวัตกรรมสาหร่ายทะเล ณ Albukhary International University

May 25, 2026

Written By
yunus-team

Yunus Thailand Staff

🌊Transforming Coastal Communities through Seaweed Innovation 🌊

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2024 ภายในงาน Albukhary International SDG Conference ณ รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย นิตยพนธ์ นิพัทธ์สันต์ ผู้จัดการโครงการ Seaweed Social Business แห่ง Yunus Thailand ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์จากโครงการธุรกิจเพื่อสังคมด้านสาหร่ายทะเล (Seaweed Social Business Project) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการบุกเบิกด้านนวัตกรรมเพื่อชุมชนชายฝั่ง

โครงการนี้ดำเนินงานร่วมกับ Kasetsart University, Prince of Songkla University Pattani Campus, The Scottish Association for Marine Science, Global Seaweed Coalition, Foreign, Commonwealth & Development Office และได้รับการสนับสนุนจาก Embassy of Canada to Thailand โดยเริ่มต้นในพื้นที่อำเภอละงู จังหวัดสตูล ประเทศไทย ก่อนขยายผลสู่เมืองบาลิง รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย และเขตบาโคลอด ประเทศฟิลิปปินส์ โครงการมุ่งใช้สาหร่ายคอเลอร์ปา (Caulerpa) เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างแหล่งโภชนาการให้กับชุมชน ผ่านแนวทาง “นวัตกรรมกระบวนการ” (process innovation) ที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจสีน้ำเงินระดับท้องถิ่น (local blue economy) และสร้างความตระหนักรู้ด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพผ่านกระบวนการวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง (citizen science)

🌊 ทำไมต้องสาหร่ายคอเลอร์ปา?

สาหร่ายคอเลอร์ปาอุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็น อีกทั้งยังเป็นทางเลือกอาชีพที่ยั่งยืนสำหรับชุมชนชายฝั่งที่พึ่งพาการประมงและเกษตรกรรม ในขณะที่ความต้องการสาหร่ายทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น “ซูเปอร์ฟู้ด” ชนิดนี้จึงมีศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างมาก

✅ การรับมือกับความท้าทาย

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษได้ส่งผลกระทบต่อการเก็บเกี่ยวสาหร่ายทะเลตามธรรมชาติ เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว โครงการได้พัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงแบบควบคุม ซึ่งช่วยให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน

🚀 การเสริมพลังผู้ประกอบการสตรี

หนึ่งในหัวใจสำคัญของความสำเร็จของโครงการ คือการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการสตรีในฐานะ “นักวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง” โดยพวกเธอมีบทบาทในการเก็บข้อมูล ติดตามคุณภาพน้ำ การเจริญเติบโตของสาหร่าย และสภาพแวดล้อมในพื้นที่ การมีส่วนร่วมดังกล่าวไม่เพียงช่วยเสริมพลังให้แก่ผู้หญิง แต่ยังช่วยสนับสนุนงานวิจัยและยกระดับผลลัพธ์ของโครงการอีกด้วย

การเข้าร่วมงาน Albukhary International SDG Conference ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโครงการด้านความไว้วางใจ ความโปร่งใส และการเสริมพลังชุมชน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมแห่งความร่วมมือ ซึ่งผู้ประกอบการสตรีมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการ

🎯 บทเรียนสำคัญที่ได้รับ

การสร้างความไว้วางใจและทุนทางสังคมถือเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างต่อเนื่อง การเสริมสร้างศักยภาพ และการใช้จุดแข็งของชุมชนท้องถิ่น ล้วนเป็นหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการมุ่งหวังที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการนำแนวทางนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ไปประยุกต์ใช้ต่อไป

การเข้าร่วมงาน Albukhary International SDG Conference ยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นในพลังของนวัตกรรมกระบวนการและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน และในขณะที่โครงการยังคงขยายผลอย่างต่อเนื่อง เราหวังว่าจะได้สร้างความร่วมมือและโอกาสใหม่ ๆ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่เข้มแข็งและเท่าเทียมสำหรับชุมชนชายฝั่งทั่วโลกต่อไป

Loading more blogs...